ผ่อน เสริมจมูก

หมายเหตุ : ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

การเสริมจมูกถือเป็นศัลยกรรมมักจะเป็นอีกจุดที่สำคัญและสามารถทำได้ทั้งในทุกๆเพศ ซึ่งการเสริมจมูกในปัจจุบันมีหลากหลายวิธี โดยแต่ละวิธีจะต้องถูกวินิจฉัยจากศัลยแพทย์ให้เหมาะกับคนไข้ และการปฏิบัติตัว วิธีดูแลตนเองก่อนและหลังจากทำศัลยกรรมให้ถูกต้องสิ่งสำคัญคือการเลือกคลินิกและศัลยแพทย์ที่เชื่อถือและปลอดภัย 

เนื้อจมูกน้อยเสริมได้แค่ไหน?

เสริมจมูก open วิธีการเสริม

การศัลยกรรมจมูกสามารถแบ่งออกเป็น 2 วิธี

1. เสริมแบบเปิด (Open Rhinoplasty) 

เป็นวิธีการผ่าเปิดแผลเพื่อให้เห็นโครงสร้างของจมูกโดยรวมทั้งหมด นิยมใช้วิธีนี้ในกรณีที่คนไข้ต้องการแก้จมูก หรือมีปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างจมูก เช่น จมูกสั้น จมูกคด จมูกเบี้ยว มีฮัมพ์ โดยศัลยแพทย์จะเปิดแผลจากฐานจมูกผ่าเป็นแนวดิ่ง และแยกชั้นผิวหนังและโครงสร้าง โดยปกติจะแก้ไขก่อนทำการเสริมจมูกเข้าไป การปรับแก้ไขจะอยู่ในการวินิจฉันของศัลยแพทย์

 

ขั้นตอนการเสริมจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty)

การเสริมจมูกแบบเปิด คนไข้จะต้องดมยาสลบ (ภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์) จากนั้นศัลยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณใต้ฐานจมูก และกรีดผ่าเป็นแนวดิ่งจนเห็นแกนจมูก แยกผิวหนังออกจากโครงสร้างของจมูก เพื่อให้สามารถเห็นโครงสร้างจมูกได้ทั้งหมด และทำการปรับแต่งโครงสร้างเดิมที่มีปัญหาก่อนการเสริมจมูก เช่น การตัดแต่งกระดูกจมูกเดิมที่คดเบี้ยว การตะไบกระดูกสันจมูกนูน (ฮัมพ์) หรือหากคนไข้มีจมูกสั้นก็สามารถใช้กระดูกผนังกั้นจมูกยืดความยาว เป็นต้น และทำการเสริมด้วยซิลิโคน หรือ กระดูกอ่อนของคนไข้ หรือเสริมด้วยซิลิโคนร่วมกับการการใช้กระดูกอ่อนส่วนต่างๆ ตัวอย่างเช่น กรณีที่ใช้กระดูกอ่อนซี่โครง, กระดูกอ่อนหลังใบหู และกระดูกอ่อนจากผนังกั้นจมูก ซึ่งการผ่าตัดแบบโอเพ่น จะใช้เวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง หลังผ่าตัดจะต้องนอนพักฟื้นที่รพ. 1 คืน

2. เสริมแบบปิด (Closed Endonasal Rhinoplasty)

เป็นวิธีการเสริมจมูกที่นิยมและมักใช้กับคนไข้ที่ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างจมูกหรือการแก้ไข เป็นการเสริมเพียงซิลิโคนและเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อน หลังจากวินัจฉัยแล้วศัลยแพทย์จะทำการเปิดแผลตรงขอบรูจมูก ซึ่งเป็นการส้รางช่องว่างที่สันจมูกใต้เยื่อหุ้ม แผลอาจเปิดข้าวเดียวหรือสองข้างตามการวินิจฉัยของศัลยแพทย์

 

ขั้นตอนการเสริมจมูกแบบปิด (Closed Endonasal Rhinoplasty)

ศัลยแพทย์จะนำยานอนหลับให้ทานเพื่อลดความเครียดและความกังวล จากนั้นจะฉีดยาชาโดยรอบจมูก เปิดแผลบริเวณขอบรูจมูก โดยแผลที่เปิดอาจจะเปิดเพียงข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ หลังจากเปิดช่องว่างที่สันจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูกและศัลยแพทย์จะใส่แท่งซิลิโคนเข้าไป และจัดวางซิลิโคน จากนั้นจะทำการปิดแผลและใส่เฝือกจมูก ในการผ่าตัดเสริมจมูก 1 ครั้ง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และโดยปกติจะใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ฟื้นจากฤทธิ์ยา เมื่อคนไข้รู้สึกดีขึ้น สามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านและมาติดตามอาการตามใบนัดได้

วิธีการศัลยกรรมจมูก

1. ใช้ซิลิโคน

ซิลิโคน สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท เป็น ซิลิโคนมาตรฐารธรรมดา โดยจะมีลักษณะเนื้อแข็ง และ ซิลิโคนมาตรฐานพิเศษ จะมีลักษณะผิวเรียบ เนียน มีความยืดหยุ่นกว่า เนียนกว่า และสามารถบิดได้           ทั้งนี้การเลือกซิลิโคนควรอยู่ในการวินิจฉัยของศัลยแพทย์ เนื่องจากในแต่ละคน สภาพโครงสร้างจมูกที่ต่างกัน ความเหมาะสมจึงควรแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล เช่น สภาพเนื้อจมูก ในคนไข้ที่มีเนื้อจมูกมาก อาจจำเป็นที่จะต้องใช้ซิลิโคนแบบมาตรฐานที่มีความแข็ง เนื่องจากเนื้อที่หนาของจมูกหากใส่แบบซิลิโคนมาตรฐานพิเศษเข้าไปอาจจะทำให้ถูกกดทับและซิลิโคนผิดรูป เบี้ยว ได้ หรือในกรณีที่มีเนื้อจมูกไม่หนามาก สามารถใส่ซิลิโคนมาตรฐานพิเศษได้ ซึ่งทั้งหมดนั้นอาจจะต้องปรึกษากับศัลยแพทย์อย่างละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในระยะยาว ข้อดีของการใช้ซิลิโคน           ซิลิโคนที่นำมาใช้เสริมจมูกสามารถมีอายุการใช้งานได้ตลอดชีวิต จึงไม่จำเป้นต้องเปลี่ยนใหม่ ยกเว้นในกรณีที่ต้องการแก้ไข หรือเปลี่ยนทรงจมูก โดยซิลิโคนที่ใช้เสริมจมูกจะเป็นซิลิโคนพิเศษที่นำมาใช้เฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น จึงมีความปลอดภัย และทำปฏิกิริยาต่อร่างกายข้อนข้างน้อย สามารถอยู่กับเนื้อเยื่อได้ดี

2. ใช้กระดูกอ่อน

          เป็นการนำกระดูกอ่อนในส่วนต่างๆในร่างกายของคนไข้เองมาใช้ เช่น กระดูกอ่อนจากผนังกั้นจมูก กระดูกอ่อนจากใบหู กระดูกอ่อนซี่โครง 

ข้อดีของการใช้กระดูกอ่อน

          มีความปลอดภัยสูงเนื่องจากการใช้วิธีนี้เป็นการนำเอากระดูกอ่อนของคนไข้เองมาใช้เสริม ดังนั้นร่างกายจึงไม่มีอาการต่อต้านสิ่งแปลกปลอมหรืออาการแพ้ นอกจากนี้ร่างกายยังสมานแผลได้ไวและดูเป็นธรรมชาติ สำหรับคนผิวจมูกบางการเสริมด้วยกระดูกอ่อนยังลดความเสี่ยงที่ซิลิโคนจะแทงทะลุอีกด้วย
          ถึงแม้ความนิยมการใช้กระดูกอ่อนมาเสริมจมูกแทนซิลิโคนทั้งชิ้นจะยังมีไม่มากนักในประเทศไทย แต่ยังมีผู้เลือกใช้วิธีนี้ในการเสริมจมูกอยู่เรื่อยๆและมีมากขึ้นในปัจจุบัน โดยกระดูกอ่อนที่เลือกนำมาเสริมจะเป็นส่วนของกระดูกอ่อนบริเวณซี่โครง ซึ่งเป็นส่วนที่มีเนื้อกระดูกมากพอจะใช้ทดแทนซิลิโคนทั้งชิ้น กระดูกซี่โครงมีความเหมาะสมที่สุดในการสร้างปลายจมูกให้เป็นไปตามความต้องการของคนไข้ เช่น โค้ง ยาว หรือความพุ่งของส่วนปลายจมูกโดยไม่เสี่ยงที่จะเกิดการทะลุ ทั้งนี้การเลือกใช้กระดูกอ่อนในการเสริมจมูกจึงมีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก ทั้งในส่วนของการนำกระดูกซีโครงมาขึ้นรูป และการกำหนดจุดวาง ขั้นตอนต่างๆจำเป็นต้องอาศัยความชำนาญจากศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญพิเศษ การเลือกสถานที่เพื่อเข้ารับการบริการจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องหาข้อมูลของศัลยแพทย์และสถานที่ให้ดี

3.เนื้อเยื่อเทียม

         การใช้เนื้อเยื่อเทียมได้รับความนิยมมากพอๆกับการใส่ซิลิโคนในประเทศไทย เนื้อเยื่อเทียมถูกสร้างขึ้นจากคอลลาเจนสังเคราะห์ที่ถูกเลียนแบบเนื้อเยื่อของมนุษย์ ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับฟองน้ำ มีความนุ่ม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการศัลยกรรมจมูก

ข้อดีของการใช้เนื้อเยื่อเทียม
          เ
นื้อเยื่อเทียมมีความปลอดภัยและป้องกันการทะลุได้ระดับหนึ่ง โดยตัวเนื้อเยี่อที่สร้างจากคอลลาเจนทำให้ร่างกายไม่เกิดการต่อต้านหรือเกิดอาการแพ้ สามารถขึ้นรูปได้ตามความต้องการของคนไข้และนิยมเป็นตัวเลือกสำหรับการแก้จมูกหรือเพิ่มเนื้อเยื่อจมูกภายใน

การเตรียมตัวเสริมจมูก

การเตรียมตัวก่อนเสริมจมูก

  • งดทานยาที่มีผลต่อการฟกช้ำบวมจากเลือดเช่น กลุ่มแอสไพริน หรือ ไอบิวโพรเฟน ที่มีผลต่อการฟกช้ำบวมจากเลือด
  • งดทานอาหารเสริม ที่มีผลต่อการไหลของเลือด(เลือดหยุดช้า)น้ำมันตับปลา หรือวิตามินต่างๆ 
  • งดน้ำและอาหาร 6 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด

การดูแลหลังผ่าตัด

  • ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือเจลประคบ ในช่วง 2 วันแรก กรณีที่มีรอยช้ำให้ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประกคบต่อ
  • สามารถใช้สบู่อ่อนล้างอย่างเบามือ และใช้ Cotton Bud ชุบน้ำสะอาดและทำความสะอาดบริเวณแผล
  • ในกรณีเสริมด้วยกระดูกซี่โครง งดยกของหนัก และงดทำงานอื่นๆ  1 เดือน 

ตัดปีกจมูก

เทคนิคการศัลยกรรมตัดปีกจมูก

การผ่าตัดศัลยกรรมตัดปีกจมูกเป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้เวลา 30 นาที โดยประมาณ ซึ่งการผ่าตัดมีหลายวิธีการขึ้นอยู่กับลักษณะและปัญหาของคนไข้ วิธีการผ่าตัดจะถูกศัลยแพทย์ประเมินและเลือกวิธีการก่อนผ่าตัดเพื่อให้เหมาะสมกันในแต่ละคน

 

  • การตัดปีกจมูกที่ฐานด้านนอก วิธีนี้เหมาะกับคนไข้ที่มีปีกจมูกด้านข้างเยอะ บาน และต้องการแก้ไขทำให้เรียวเล็ก การผ่าตัดเป็นการตัดเนื้อด้านข้างฐานจมูกออก ประมาณ 2 mm. ผลจะทำให้ขนาดของปีกแคบลง
  • การตัดปีกจมูกด้านนอกและด้านในจมูก วิธีนี้เหมาะกับคนไข้ที่มีรูจมูกใหญ่ และปีกจมูกบาน และต้องการให้จมูกดูเรียวเล็ก โดยการทำลดขนาดปีกและขนาดจมูกลง
  • การตัดด้านในที่ฐานจมูก วิธีนี้เหมาะกับคนไข้ที่ต้องการจะลดจมูกบานแต่ต้องการขนาดของรูจมูกซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีรูจมูกเล็กอยู่แล้ว โดยจะตัดเนื้อปีกจมูกออกประมาณ 2 mm.
  • การตัดปีกจมูกแบบซ่อนแผลภายใน วิธีนี้เหมาะกับคนไข้ที่ต้องการลดขนาดปีกจมูก แบน และรูจมูกกว้าง โดยแผลจะถูกซ่อนอยู่ใต้ปีกด้านในของจมูก เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเนื่องจากแผลถูกซ่อนไว้ใต้ปีกจมูกทำให้ไม่เห็นร้อยแผล

การเตรียมตัวก่อนตัดปีกจมูก

ควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงโรคประจำตัวของคุณ เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และยาที่แพ้ เช่น เพนนิซิลิน ซัลฟา เป็นต้น รวมไปถึง

  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่่
  • งดยาต้านการอักเสบ (NSAID) เช่น แอสไพริน
  • ถ้ามีแผลหรือสิ่วที่บริเวณจมูกหรือปลายจมูก ควรรอให้สิวหรือแผลหายก่อนจึงจะทำการผ่าตัดได้
  • งดทานอาหารประเภทอาหารทะเลและของหมักดอง
  • งดอาหารเสริมและวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนการผ่าตัด
  • งดแต่งหน้า และควรสระผมก่อนให้เรียบร้อยก่อนผ่าตัด
  • กรณีการฉีดยาชาเฉพาะที่ สามารถรับประทานอาหารก่อนมาผ่าตัดได้ ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร

การดูแลหลังการผ่าตัดปีกจมูก

  • แนะนำนอนศีรษะสูง เพื่อช่วยลดอาการบวม หมั่นประคบเย็นทุกๆ4ชั่วโมง 
  • รับประทานอาหาร ยา ตามแพทย์สั่ง มาพบแพทย์ตามนัดเพื่อตัดไหมหลังผ่าตัดประมาณ 7 วัน
  • งดทานเครื่องดืมที่มีแอลกอฮอล์และอาหารหมักดองจนกว่าแผลจะหาย
  • งดให้แผลโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหม ใช้ Cotton Bud ทายาตามแพทย์สั่งอย่างเบามือ กรณีที่ต้องการล้างหน้าควรทำอย่างระมัดระวัง 
  • หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยการทาครีมกันแดดหรือใส่หมวกหากจำเป็นต้องออกเนื่องจาก สีผิวบริเวณที่มีรอยช้ำเมื่อโดนแดดอาจจะเปลี่ยนสีได้
  • การบวมหลังจากทำการผ่าตัดจะหายไปภายใน 2 อาทิตย์ ซึ่งอาจเร็วหรือช้าแตกต่างกันตามสภาพร่างกายของแต่ละคน

รีวิวเสริมจมูก