เสริมก้น

เสริมก้น เสริมสะโพก

          การมีสรีระร่างกายที่เรามั่นใจ ส่งผลให้เราแต่งตัว ออกงาน ดำเนินทุกๆช่วงชีวิตได้อย่างมีความสุข ทำทุกอย่างด้วยความมั่นใจ เสริมสร้างบุคลิกที่ดี โดยเฉพาะกับสาวๆ การได้ใส่เสื้อผ้าสวยๆ แต่งตัวตามสไตล์ที่เราต้องการ ได้หลงรักตัวเองในทุกๆวัน คงมีความสุขแบบสุดๆไปเลย แต่ก้นกับสะโพกที่ไม่เป็นใจกับการใส่เสื้อผ้า ใส่แล้วไม่มั่นใจ ไม่เข้ารูป เพราะก้นแบน ไม่มีสะโพก แต่งตัวยาก ในปัจจุบันสามารถหาทางแก้ไขได้หลายวิธี เช่นการใช้กางเกงในเสริมก้น เสริมสะโพก ซึ่งหากต้องการให้อยู่ถาวร รอบเดียวจบ การศัลยกรรมเสริมก้น เสริมสะโพกก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแก้ปัญหา

ชนิดของถุงซิลิโคนที่ใช้เสริมก้น เสริมสะโพก

          ชนิดของถุงซิลิโคนที่ใช้สำหรับเสริมส่วนก้นและสะโพกจะมีความแข็งแรง เหนียวและฟอร์มตัวไม่เสียรูปทรงกว่าซิลิหน้าอก มีความยืดหยุ่นน้อยกว่าและแข็งแรงกว่า เนื่องจากก้นและสะโพกเป็นจุดที่ต้องทนต่อแรงกดอยู่แทบจะตลอด เช่นการเดิน การนั่ง กิจกรรมต่างๆ โดยซิลิโคนจะมีอยู่ 2 ทรงคือ ทรงรีและทรงกลม การเลือกนั้นศัลยแพทย์จะพิจารณาให้เหมาะสมกับคนไข้เป็นรายบุคคล

ซิลิโคนทรงกลม : มีลักษณะกลมแบน แต่จะมีลักษณะแบนกว่าซิลิโคนเสริมหน้าอก ไม่เสียรูปทรง จัดวางตำแหน่งได้ง่าย

ซิลิโคนทรงรี : มีลักษณะคล้ายหยดน้ำ สามารถเน้นตำแหน่งที่ต้องการได้ เช่นการเน้นเนื้อด้านนอก มีความเป็นธรรมชาติ แต่จะเคลื่อนตัวได้ง่ายกว่า

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

  • หากมีโรคประจำตัวควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อย
  • งด ยา วิตามินและอาหหารที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น 2 อาทิตย์ 
  • งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด 8 ชั่วโมง
  • งดสูบบุหรี่ 2 อาทิตย์
  • ควรมีผู้ดูแลในขณะพักฟื้นที่บ้าน

 

วิธีดูแลตนเองหลังผ่าตัดเสริมก้น เสริมสะโพก

  • ภายใน 3 วันแรกหลังการผ่าตัดให้นอนคว่ำ เพื่อป้องกันแผลกดทับของแผล หลังจากนั้นสามารถนอนหงายได้แต่ควรสลับกับนอนคว่ำ
  • หลังผ่านไป 1 เดือนสามารถขยับได้ตามปกติ
  • สามารถตัดไหมได้หลังศัลยกรรมผ่านไป 2 อาทิตย์
  • ดูแลทำความสะอาดแผลผ่าตัดตามคำแนะนำของแพทย์ 
  • แผลผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ จะติดสนิท และตัดไหมได้
  • หลังจากศัลยกรรมก้นหหรือสะโพกควรระมัดระวังการฉีดยาบริเวณดังกล่าว เนื่องจากมีถุงซิลิโคน